สถานที่ภายในโรงเรียน

ยินดีต้อนรับสู่ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

school open

บรรยากาศ น่าอยู่ ร่มรืน สวยงาม มีพื้นที่ให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเพียงพอ

school envi

หอพัก แบ่งส่วน ชาย หญิง มีความปลอดภัย

school envi 02

เรือนพยาบาล ดูแลรักษาเบื้องต้น

school envi 01

 

 

classroom air

ห้องเรียนปรับอากาศ สื่อการเรียนการสอนทันสมัย

classroom elec

ห้องปฏิบัติการทันสมัย จัดการเรียนการสอนโดยการปฏิบัติจริง นักเรียนทุกคนได้ทำ Lab

sci room 01

ปฏิบัติการทดลอง

sci room 02

บรรยายเข้มข้น

sci room 03

ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง 1 คน พร้อมระบบอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมทั่วโรงเรียน

school computer

 

 

classroom meeting

ดูแลเอาใจใส่ ร่วมกับผู้ปกครอง

classroom meeting 02

ครูที่ปรึกษาแจ้งผลการเรียน พฤติกรรม และแนวทางการเรียน

 

 

school envi 03

ศูนย์กีฬา เรียน เล่น เพื่อสุขภาพ

sci camp

การเข้าค่ายทางวิชาการ เรียนรู้อย่างมีความสุข

robot act

ส่งเสริมให้นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมค่ายทางวิชาการ อาทิ ค่ายอยากเป็นหมอ ค่ายหุ่นยนต์ ค่ายวิทยาศาสตร์

art pccpl

ส่งเสริมความสามารถด้านดนตรี ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

เพลงมาร์ชประจำโรงเรียน

เพลง มาร์ชจุฬาภรณราชวิทยาลัย

คำร้อง : วิชาญ เชาวลิต
ทำนอง : กิตติ ศรีเปารยะ

มาร์ชจุฬาภรณราชวิทยาลัย

ราชวิทยาลัยอันใหญ่ยิ่ง งามเพริศพริ้งคุณธรรมเลิศล้ำค่า
ทั้งศาสตร์ศิลป์เลิศล้ำทางปัญญา มุ่งศึกษาวิทยาศาสตร์ให้ก้าวไกล
ชูเชิดเทิดพระเกียรติแห่งเจ้าฟ้า องค์จุฬาภรณพระนามยิ่งใหญ่
เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ของชาติไทย ก้องเกริกไกรลือเลื่องกระเดื่องนาม
สีแสดประเสริฐเจิดจ้าองค์ฟ้าหญิง น้ำเงินมิ่งกษัตริยาฟ้าสยาม
มงคลสถิตอยู่คู่เขตคาม ปรากฏนามจุฬาภรณราชวิทยาลัย
มุ่งส่งเสริมสร้างสรรค์จรรโลงชาติ สร้างนักวิทยาศาสตร์ให้ยิ่งใหญ่
สร้างเกียรติยศชื่อเสียงให้เกรียงไกร นำชาติไทยก้าวหน้าชั่วฟ้าดิน

http://www.4shared.com/get/xS8hDvJi/_online.html

 

หลักสูตรภายในโรงเรียน

  • พิมพ์
  • อีเมล
อัพเดตล่าสุดเมือ วันพฤหัสบดี, 16 พฤษภาคม 2556 10:34

 

หลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย ของโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค
   
1. หลักสูตร ม.ต้น ฉบับปรับปรุง 11-13 มิ.ย.55
 
2. หลักสูตร ม.ปลาย ฉบับปรับปรุง 11-13 มิ.ย.55

ประวัติกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย

        โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เป็นกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่จัดตั้งขึ้นจากวัตถุประสงค์ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงมุ่งมั่นจะส่งเสริมคุณภาพชีวิต ในด้านความเป็นอยู่และการศึกษาของเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนที่อยู่ห่างไกล ปัจจุบันเป็นโรงเรียนที่อยู่ในแผนและยุทธศาสตร์ สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ โดยจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น- ตอนปลาย

ประวัติ

เมื่อปี พ.ศ. 2538 เนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 36 พรรษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม การจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เพื่อ่สนองพระราชประสงค์ของพระองค์ ที่ทรงมุ่งมั่นส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาราษฎร์ กรมสามัญศึกษา จึงได้ประกาศ จัดตั้งโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ตามด้วยชื่อจังหวัดสถานที่ตั้ง ทั้งหมด 12 แห่ง ประจำเขตการศึกษาต่างๆ ทุกเขตการศึกษาของประเทศ ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ คือ “จุฬาภรณราชวิทยาลัย” ตามด้วยชื่อจังหวัดอันเป็นสถานที่ตั้ง ซึ่งเป็นพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

สีประจำโรงเรียน

  • ความหมายของชื่อโรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย แยกได้เป็น
    • จุฬาภรณ เป็นพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
    • ราช,ราชา แปลว่า อันเกี่ยวข้องกับพระเจ้าแผ่นดิน
    • วิทยาลัย แปลว่า สถาบันการศึกษาชั้นสูง

ดังนั้น จุฬาภรณราชวิทยาลัย หมายถึง สถาบันการศึกษาขั้นสูงอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้ใช้พระนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 36 พรรษา

เค้าโครงงานวิทยาศาสตร์

แนวคิดที่มาและความสำคัญ
                เนื่องจากในปัจจุบัน มีขยะมูลฝอยมากมาย และหนึ่งในประเภทของขยะมูลฝอยนั้นคือ โฟม โฟมเป็นขยะที่ใช้เวลาย่อยสลายตามธรรมชาตินานมากคือ ไม่ต่ำกว่า 500 ปี (อ้างอิงจาก http://elibrary.energy.go.th/) โฟมเป็นขยะที่มีมากในบริเวณตลาด ชานเมือง หรือเมืองหลวงที่มีประชาชนอยู่อย่างแออัด และสามารถพบได้โดยทั่วไป เพราะโฟมนั้นเป็นภาชนะที่ใช่บรรจุอาหารที่นิยมกันทั่วไปเพราะมีความสะดวกสบาย ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางชีวภาพของเราได้ก้าวขึ้นไปอย่างมากมายจึงมีการคิดค้นโฟมจากธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายเองได้ง่ายขึ้นและลดเวลาการย่อยสลาย แต่ก็ยังมี ร้านค้าขายขนาดเล็ก กลาง ถึงใหญ่ ยังมีการใช้โฟมที่ทำจากสารสังเคราะห์อยู่เพราะมีราคาถูกและสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป และก็ยังมีผู้บริโภคที่ใช้โฟมบรรจุอาหารแล้วทิ้งตามถังขยะ หรือ ตามท้องถนน จึงทำให้เกิดมลพิษแก่สังคมและประเทศชาติดังนั้นทางเราจึงคิดค้นวิธีการย่อยสลายโฟมจากธรรมชาติด้วยสารไพนินที่มีอยู่มากในสมุนไพรไทย เช่น พริกไทยดำ รากเหง้าของกระชาย สารไพนินเป็นสารชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับอะซิโตนคือสามารถย่อยโฟมได้

ปัญหา

พริกไทยดำทำงานร่วมกับกระชายด้วยสารไพนินจะสามารถย่อยสลายโฟมได้จริงหรือไม่

สมมติฐา

ถ้าพริกไทยดำทำงานร่วมกับกระชายด้วยสารไพนินได้ ดังนั้นพริกไทยและกระชายดำจะสามารถย่อยสลายโฟมได้

จุดประสงค์ของการศึกษ

1.ศึกษาการทำงานร่วมกันของสารไพนินในพริกไทยดำและกระชา

2.ศึกษาการย่อยสลายโฟมด้วยสารไพนิน

3.ศึกษาประสิทธิภาพในการย่อยสลายโฟมของสารไพนิน

4.ศึกษาสารที่ได้หลังจากการย่อยสลายโฟมโดยสารไพนิน

 

นิยามเชิงปฏิบัติกา

ประสิทธิภาพในการย่อยสลายโฟม คือ ความสามารถในการย่อยสลายโฟมของสารไพนินใน พริกไทยดำและเหง้าของกระชาย                                                                                                                     การทำงานร่วมกันของสารไพนิน คือ การที่นำสารไพนินจากพริกไทยดำและเกง้าของกระชายมารวมกันและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารๆพนินที่ทำงานร่วมกันและทำงานแยกกัน

วิธีการดำเนินการทดลอง

วัสดุ-อุปกรณ์

1. เหง้าของกระชาย

2. พริกไทยดำ

3. โฟม

4. ( ยังไม่มีข้อมูล )

สารเคมีที่ใช้ในการทดลอง 

ไม่มี

ขั้นตอนการทดลอ

ตอนที่ 1 ศึกษาการทำงานร่วมกันของสารไพนินในพริกไทยดำและเหง้ากระชาย

จุดมุ่งหมาย เพื่อให้ทราบว่า ในการทำงานของสารไพนินในพริกไทยดำ และเหง้าของกระชาย สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

สมมติฐาน ในการทำงานร่วมกันของสารไพนินในพริกไทยดำและในเหง้าของกระชาย สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวแปรอิสระ สารไพนินในพริกไทยดำและเหง้าของกระชาย

 

ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพของสารไพนินในพริกไทยดำที่ทำงานร่วมกับสารไพนินในเหง้าของกระชาย

ตัวแปรควบคุม  ปริมาณหยดของน้ำพริกไทยดำและเหง้ากระชายที่มีสารไพนีนที่หยดลงบนโฟม

วิธีการทดลอง นำสารไพนินจากพริกไทยดำและเหง้าของกระชายมารวมกันแล้วทดลองย่อยสลายโฟม แล้วเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับการย่อยโฟมด้วยสารไพนินที่แยกกัน ( ย่อยด้วยสารไพนินจากพริกไทยดำ และย่อยด้วยสารไพนินจากเหง้าของกระชาย )

ตอนที่ 2  ศึกษาการย่อยสลายโฟมด้วยสารไพนิน

จุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาการย่อยสลายโฟมด้วยสารไพนินว่าเหง้ากระชายและพริกไทยดำสามารถย่อยสลายโฟมได้หรือไม่

สมมติฐาน สารสกัดจากเหง้ากระชายและพริกไทยดำมีสารไพนินซึ่งสามารถย่อยสลายโฟมได้

ตัวแปรอิสระ  การย่อยสลายโฟม

ตัวแปรตาม  ประสิทธิภาพการลายโฟมจากสารไพนินที่ได้

ตัวแปรควบคุม  ปริมาณการหยดสาร

วิธีการทดลอง  นำสารไพนินที่ได้มาทดลองหยดลงบนโฟมที่เตรียมเอาไว้   แล้วสังเกตุผล

 ตอนที่ 3 ศึกษาประสิทธิภาพในการย่อยสลายโฟมของสารไพนิน

จุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการย่อยสลายโฟมด้วยสารไพนิน

สมมติฐาน สารไพนินมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายโฟม

ตัวแปรอิสระ สารไพนิน

ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพในการย่อยสลายโฟม

ตัวแปรควบคุม ปริมาณสารไพนิน

วิธีการทดลอง นำสารไพนินมาย่อยสลายโฟมแล้วศึกษาประสิทธิภาพของมันว่า สามารถย่อยสลายได้ดีหรือไม่

ตอนที่ 4 ศึกษาสารที่ได้หลังจากการย่อยสลายโฟมโดยสารไพนิน

จุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาสารที่ได้หลังจากการย่อยสลายโฟมด้วยสารไพนิน

สมมติฐาน สารที่ได้หลังจากการย่อยสลายโฟมน่าจะเป็นสารที่ไม่ทำให้เกิดมลภาวะ

ตัวแปรอิสระ สารไพนิน

ตัวแปรตาม สารที่ได้หลังจากการย่อยสลายโฟมด้วยสารไพนิน

ตัวแปรควบคุม ปริมาณสารหยดน้ำของเหง้ากระชายและพริกไทยดำ และคุณสมบัติด้านต่าง ๆ ของโฟม

วิธีการทดลอง นำสารไพนินที่เราได้จากเหง้าของกระชายและพริกไทยดำ มาเทใส่โฟม และรอให้โฟย่อยสลาย จากนั้นศึกษาสารที่เหลือจากการย่อยโฟมครั้งนี้

งบประมาณที่คาดว่าจะใช้

( ยังไม่มีข้อมูล )

เอกสารอ้างอิง

( ยังไม่มีข้อมูล )

ภาคผนวก

( ยังไม่มีข้อมูล )

เพศที่3

  เพศที่สาม หรือ คนรักเพศเดียวกัน คือบุคคลที่มีความต้องการทางเพศกับบุคคลที่มีเพศเดียวกัน เกิดได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เช่น เกย์ (ชายรักชาย) และเลสเบี้ยน (หญิงรักหญิง) แต่สำหรับพวกที่มีกิจกรรมทางเพศกับเพศเดียวกันแบบชั่วคราว ไม่จัดว่าเป็นกลุ่มเพศที่สาม

            ในอดีต สมาคมจิตแพทย์อเมริกาถือว่าคนรักเพศเดียวกันเป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ (mental disorder) โดยได้ประกาศยกเลิกในปี ค.ศ. 1973 แต่ยังมีความเชื่อว่าเกิดจากการเลี้ยงดูเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่โตมาในครอบครัวที่แม่เลี้ยงดูแบบปกป้องมากเกินไป (overprotect) แต่มีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับผู้เป็นพ่อ 

            ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการรักเพศเดียวกันมีสาเหตุมาจาก พันธุกรรมมากกว่าการเลี้ยงดู โดยในปี ค.ศ. 1991 นายแพทย์ริชาด์ และไมเคิลได้ทำการศึกษาพฤติกรรมรักเพศเดียวกันในฝาแฝดเพศชาย พบว่าในแฝดเหมือน (โครโมโซมเหมือนกันทุกประการ) หากคนหนึ่งเป็นเกย์ อีกคนมีโอกาสที่จะเป็นเกย์ถึง ร้อยละ 50 ในขณะที่แฝดไม่เหมือน (โครโมโซมต่างกัน) จะมีโอกาสเป็นเกย์เพียงร้อยละ 20 ทั้งที่ฝาแฝดทั้งสองชนิดได้รับการเลี้ยงดูเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร สิ่งที่สัมผัส และการปฏิบัติจากพ่อแม่ 

            การวิจัยของแฮมเมอร์ ในปี ค.ศ. 1993 ศึกษายีนของฝาแฝดแท้ที่แยกกันเลี้ยงดูแต่มีพฤติกรรมเป็นคนรักเพศเดียวกัน เหมือนกัน พบว่าตำแหน่งที่ Xq28 บนโครโมโซม X  มีความเหมือนกัน แต่การทดลองนี้ยังไม่ยืนยันได้แน่ชัด เพราะตำแหน่งที่ Xq28 นั้นสามารถบรรจุยีนได้เป็นร้อยๆ ยีน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากความผิดปกติที่ยีนใด  

            นอกจากนี้ยังมีทฤษฏี Exotic Becomes Erotic (EBE) ของ  Daryl Bem หรือ “ทฤษฏีความตื่นเต้นสู่ความต้องการทางเพศ” โดยเริ่มจากความแปรปรวนทางชีววิทยา เช่น ยีน หรือระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้รับขณะเป็นตัวอ่อน ทำให้เด็กที่เกิดมามีบุคลิกที่แตกต่างไปจากเด็กเพศเดียวกัน เช่น เด็กผู้ชายไม่ชอบเล่นฟุตบอลแต่ชอบเล่นตุ๊กตา ทำให้เด็กผู้ชายใกล้ชิดและเล่นกับเด็กผู้หญิง จึงคุ้นเคยกับเด็กผู้หญิง เมื่อเติบโตขึ้นจะรู้สึกชินกับเด็กผู้หญิง แต่เนื่องจากไม่ได้ใกล้ชิดกับคนเพศเดียวกันจึงรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจเมื่อได้ ใกล้ชิดกับคนเพศเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นนี้นำไปสู่ความรู้สึกดึงดูดทางเพศ จึงชอบเพศเดียวกัน และมีความต้องการทางเพศกับคนเพศเดียวกัน

            จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของการเป็นคนรักเพศเดียวกัน แต่นั่นคงไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย หรือ คนรักเพศเดียวกัน   ทุกคนก็สามารถเป็นคนดีของสังคมได้ทั้งนั้น